วว.จัดกิจกรรม “รวมใจภักดิ์ ปลูกมเหสักข์-สักสยามมินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ”



     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดกิจกรรมโครงการ“รวมใจภักดิ์ ปลูกมเหสักข์-สักสยามมินทร์ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” เมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556 ณ สถานีวิจัยลำตะคอง จ.นครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.วินัย บัวประดิษฐ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมเป็นเกียรติในพิธี

     นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. ชี้แจงว่า จากการที่ วว. ได้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือ อพ.สธ. ซึ่งมีกิจกรรมหลักในโครงการ คือ การปลูกรักษาพันธุกรรมพืช ดังนั้น วว. จึงดำเนินการโครงการปลูกอนุรักษ์พันธุกรรมสัก โดยให้หน่วยงานราชการ เอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้มีส่วนร่วมในการปลูกต้นมเหสักข์ และ สักสยามินทร์ ณ สถานีวิจัยลำตะคอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในพื้นที่ปลูกทั้งหมด 20 ไร่ จำนวน 2,000 ต้น

     “....กิจกรรมในโครงการรวมใจภักดิ์ ปลูกมเหสักข์-สักสยามินทร์ นี้ นอกจากจะเป็นการร่วมถวายความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ว ยังเป็นการสร้างจิตสำนึกประชาชน ในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช และการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า รวมทั้งสามารถอนุรักษ์พันธุกรรมต้นสักสายพันธุ์ดี ที่ใหญ่และอายุยืนที่สุดในโลก และการปลูกป่าสักในวันนี้จะสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ไม่ต่ำกว่า 50 ตันต่อปี...”ผู้ว่าการ วว.กล่าวเพิ่มเติม

     ต้น “มเหสักข์” เป็นต้นสักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุมากกว่า 1,500 ปี ความสูง 47 เมตร ขนาดเส้นรอบวงต้นประมาณ 10 เมตร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามราชกุมารี ทรงมีรับสั่งให้อนุรักษ์พันธุกรรมไว้ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “มเหสักข์” เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 ส่วน “สักสยามินทร์” มีที่มาจาก ต้นสักสองต้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่หน้าที่ทำการอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มีความพิเศษคือ เป็นต้นสักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้นำมาปลูกไว้ เมื่อคราวเสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ ปี พ.ศ. 2444 ปัจจุบันต้นสักทั้งสองมีอายุไม่น้อยกว่า 112 ปี และเมื่อศึกษาลายพิมพ์ดีเอ็นเอ พบว่ามีสายพันธุ์สืบทอด หรือเป็นต้นลูกมาจากมเหสักข์

     อนึ่งสถานีวิจัยลำตะคอง เป็นสถานีวิจัยในส่วนภูมิภาคของ วว. มีเนื้อที่ประมาณ 800 ไร่ ทำหน้าที่เป็น สถานีวิจัย พัฒนา และถ่ายทอดเทคโนโลยีของ วว. รวมทั้งเป็นพื้นที่รองรับโครงการวิจัยทางด้านการเกษตรของนักวิจัย วว.และความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และศูนย์การเรียนรู้และอนุรักษ์พันธุกรรมพืชสมุนไพรและผักพื้นบ้าน เพื่อการอนุรักษ์และใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมสำหรับการปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ในอนาคต ตลอดจนเป็นศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยี วว.โดยให้บริการสถานที่จัดสัมมนา และที่พักสำหรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์และสังคม

นำเสนอข่าวโดย วันที่  26-08-2013 15:59
  
จำนวนผู้เข้าชมข่าวนี้ 


384 ครั้ง
 

ผลโหวตจาก 20 คน

0.0%
[1]

0.0%
[2]

5.0%
[3]

0.0%
[4]

95.0%
[5]
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความ

 
ควรปรับปรุง ดีมาก
1 2 3 4 5




ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
โดย Email


พิมพ์อักษร 8 หลักเพื่อยืนยันการร่วมแสดงความคิดเห็น:

ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


[ ปิดหน้าต่างนี้ ]
 
 
.:: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ::.
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2577-9000 โทรสาร 0-2577-9009
196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2579-1121..30, 0-2579-5515, 0-2579-0160, 0-2579-8533
โทรสาร 0-2561-4771, 0-2579-8533
www.tistr.or.th    tistr@tistr.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537