วว. ค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกวงศ์ชาฤาษี 6 ชนิด ชี้มีศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต




     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยการค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกในวงศ์ชาฤาษี จำนวน 6 ชนิด ได้แก่ เศวตแดนสรวง ข้าวตอกโยนก บุหงาการะเกตุ เนตรม่วง สุดดีดาว และมาลัยฟ้อนเล็บ ระบุมีศักยภาพเป็นพืชเศรษฐกิจได้ในอนาคตใช้ปลูกเป็นไม้ประดับสวยงาม เตรียมตรวจสอบหาสารสำคัญสำหรับใช้รักษาโรค/ปรับสมดุลร่างกาย

     นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ วว. กล่าวชี้แจงว่า วว. ให้ความสำคัญกับการศึกษา การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ ในปี พ.ศ. 2556 ฝ่ายเทคโลยีการเกษตร วว. ได้ศึกษา สำรวจ และเก็บรวบรวมอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรมพืช ร่วมกับการพัฒนาธนาคารเชื้อพันธุ์พืช และพัฒนาธนาคารเมล็ดพันธุ์พืช ที่ใช้เป็นแหล่งเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์พืชทั้งที่เป็นของประเทศไทยและของต่างประเทศ โดยมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้า การใช้ประโยชน์ และการอนุรักษ์ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค จากผลปฏิบัติงานในระยะเวลา 1 ปีดังกล่าว สามารถค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลกที่เป็นสมาชิกของพืชในวงศ์ชาฤาษี (Family Gesneriaceae) จำนวน 6 ชนิด คือ

     เศวตแดนสรวง (Paraboea middletonii Triboun) ไม้ล้มลุกอายุหลายปีขึ้นเกาะบนหิน ลำต้นตั้งตรง สูง 10-30 ซม. ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ชิดติดกันบริเวณส่วนปลายของลำต้น ดอกสีขาวบานช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดน่าน ขึ้นบนเขาหินปูนในร่มรำไร ที่ความสูง 1,000-1,300 ม. จากระดับน้ำทะเล

     ข้าวตอกโยนก (Microchirita albiflora D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว ลำต้นฉ่ำน้ำ สีเขียวอ่อน ใบเรียงตรงข้าม ดอกสีขาวบานช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดเชียงราย (อำเภอแม่ฟ้าหลวงและอำเภอแม่สาย) ที่ความสูง 500-1,000 ม. จากระดับน้ำทะเล

     บุหงาการะเกตุ (Microchirita karaketii D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว สูงได้ถึง 60 ซม. ใบเรียงตรงข้าม ช่อดอกเกิดบนใบ ดอกสีขาวมีแต้มสีม่วงและสีเหลือง บานช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ (อำเภอเชียงดาว) พบตามป่าผลัดใบแบบผสม ตามภูเขาหินปูน ที่ความสูง 530-750 ม. จากระดับน้ำทะเล

     เนตรม่วง (Microchirita purpurea D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว สูง 0.25-1 ม. ใบเรียงตรงข้าม ช่อดอกเกิดบนใบ ดอกสีม่วงบานช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ในเขตจังหวัดจันทบุรี (อำเภอแก่งหางแมว) พบตามหน้าผาหินปูนแบบเปิดหรือบริเวณปากถ้ำ

     สุดดีดาว (Microchirita suddeei D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว ตั้งตรง สูงได้ถึง 40 ซม. ใบเรียงตรงข้าม แผ่นใบบาง รูปไข่ ช่อดอกเกิดบนใบที่รอยต่อของก้านใบกับแผ่นใบ ดอกสีขาวนวลหรือสีมาวงอ่อนบานช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดแพร่ (อำเภอร้องกวาง) และจังหวัดลำปาง (อำเภองาว อำเภอแจ้ห่มและบ้านสา) พบตามหินปูนในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบแบบผสม ที่ความสูง 200-600 ม. จากระดับน้ำทะเล

     มาลัยฟ้อนเล็บ (Microchirita woodii D.J. Middleton & Triboun) ไม้ล้มลุกปีเดียว ลำต้นสูงได้ถึง 50 ซม. ใบเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปไข่ ช่อดอกเกิดบนใบ ดอกสีเหลืองอ่อนมีแต้มสีน้ำตาลแดง บานช่วงต้นเดือนสิงหาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ค้นพบทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดน่าน (อำเภอเมือง) ขึ้นตามเขาหินปูน ในป่าดิบแล้งและป่าผลัดใบ

     “...วว. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเผยแพร่ข้อมูลพืชชนิดใหม่ที่ค้นพบในประเทศไทยในครั้งนี้ จะเป็นการแสดงบทบาทและจุดยืนของประเทศไทยและสมาชิกประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งล้วนมีทรัพยากรทางชีวภาพหลากหลายมากที่สุดพื้นที่หนึ่งของโลก ซึ่งจะทำให้สังคมตระหนักถึงการร่วมอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติและหาแนวทางการใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

      ดร.ปราโมทย์ ไตรบุญ นักวิจัย ฝ่ายเทคโนโลยีการเกษตร วว. ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยธนาคารเชื้อพันธุ์พืช กล่าวถึงแนวทางการวิจัยและพัฒนาพืชชนิดใหม่ของโลกทั้ง 6 ชนิด ว่า นอกเหนือจากการศึกษาและสำรวจเชื้อพันธุกรรมพืชแล้ว วว. อยู่ในระหว่างหาแนวทางการใช้ประโยชน์ของพืชชนิดใหม่ของโลกทั้ง 6 ชนิดที่สำรวจพบ นอกเหนือจากการเก็บรวบรวมอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรมพืชไว้เพียงอย่างเดียว เพราะพืชทั้ง 6 ชนิดดังกล่าวมีความสวยงามของทั้งดอกและทรงต้น เหมาะอย่างยิ่งที่จะพัฒนาเป็นไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะไม้กระถาง ที่สามารถเป็นพืชเศรษฐกิจได้ในอนาคต รวมทั้งเตรียมตรวจสอบหาสารสำคัญซึ่งอาจจะมีคุณสมบัติที่สามารถใช้รักษาโรคหรือปรับสมดุลของร่างกายได้ นอกจากนั้นยังได้หาแนวทางในการอนุรักษ์ วิธีการหนึ่งคือการขยายพันธุ์ให้ได้เป็นปริมาณมาก เพราะจากข้อมูลที่ได้จากการศึกษาและสำรวจพบว่า บางชนิดมีประชากรที่กระจายพันธุ์อยู่ตามธรรมชาติค่อนข้างน้อย รวมทั้งเกือบทุกชนิดเจริญอยู่ในระบบนิเวศน์ที่ค่อนข้างเปราะบาง และอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่ง่ายต่อการถูกคุกคาม


     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลงานวิจัย หรือ ขอรับคำแนะนำปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วว. ได้ที่ Call center โทร. 0 2577 9300 หรือที่ โทร. 0 2577 9000 โทรสาร 0 2577 9009
E-mail : tistr@tistr.or.th

นำเสนอข่าวโดย วันที่  19-12-2013 18:08
  
จำนวนผู้เข้าชมข่าวนี้ 


462 ครั้ง
 

ผลโหวตจาก 15 คน

0.0%
[1]

0.0%
[2]

6.7%
[3]

0.0%
[4]

93.3%
[5]
คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความ

 
ควรปรับปรุง ดีมาก
1 2 3 4 5





โดยคุณ 7 Mail to 7 183.89.60.96 [24-02-2016 04:50] #290 (1/1)

นี่คือสิ่งที่เราทำเพื่อโลกไม่ใช่แค่เกิดมา โต แล้วก็จากไป

ขอชื่นชมในการเสียสละเพื่อส่วนรวม

เพื่อสังคม
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
โดย Email


พิมพ์อักษร 8 หลักเพื่อยืนยันการร่วมแสดงความคิดเห็น:

ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา


[ ปิดหน้าต่างนี้ ]
 
 
.:: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ::.
35 หมู่ 3 เทคโนธานี ถ.เลียบคลองห้า ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2577-9000 โทรสาร 0-2577-9009
196 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ประเทศไทย โทรศัพท์ 0-2579-1121..30, 0-2579-5515, 0-2579-0160, 0-2579-8533
โทรสาร 0-2561-4771, 0-2579-8533
www.tistr.or.th    tistr@tistr.or.th
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.2544 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537